Tangs (กลุ่มปลาขี้ตังเบ็ด / แท้งก์)

Tangs (กลุ่มปลาขี้ตังเบ็ด / แท้งก์)
"ขี้ตังเบ็ด" เป็นชื่อที่คนไทยพื้นบ้าน และนักประดาน้ำใช้เรียกปลาในกลุ่ม Acanthuridae หรือที่นักเลี้ยงปลาชาวไทยนิยมเรียกทับศัพท์กันว่า "แทงก์" และ "เซอร์เจี้ยน"

ที่มาของชื่อ "Surgeonfish" ในภาษาอังกฤษนั้น มาจากการที่ปลาในกลุ่มนี้ มีเงี่ยงเป็นหนามบริเวณโคนหางทั้งสองข้าง หนามที่ว่านี้สามารถพับเก็บ และนำออกมาไว้สู้กับศัตรูได้ ส่วนคำว่าแทงก์ (Tang) นั้นมาจากคำว่า "สาหร่าย" ในภาษาเยอรมัน อันเป็นอาหารหลักของปลากลุ่มนี้

แทงก์ หรือขี้ตังเบ็ดนั้น เป็นปลาที่พบได้ในมหาสมุทรทั่วไป มีจำนวนกว่า 78 ชนิดจากทั้งหมด 5 สกุล ปลาในกลุ่มนี้อาศัยหากินบริเวณแนวปะการัง และชายฝั่งที่มีแสงแดดส่องถึง เพราะนั่นหมายความว่าจะมีอาหารหลักของมัน อันได้แก่ตะไคร่ และสาหร่ายชนิดต่างๆ ที่ขึ้นตามโขดหินให้พวกมันได้แทะเล็มขึ้นอยู่ ปลาในกลุ่มนี้มักพบอยู่รวมกันเป็นฝูง ตั้งแต่กลุ่มละไม่กี่ตัว ไปจนถึงฝูงใหญ่ๆ ที่มีปลาเป็นร้อยๆ ตัวอาศัยอยู่รวมกัน

ปลาในกลุ่มนี้ ส่วนมากจะเป็นปลาที่เลี้ยงได้ไม่ยากนัก และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในตู้ได้ค่อนข้างดี แต่มีเพียงบางชนิดที่เลี้ยงได้ค่อนข้างยาก เช่นเซอร์เจียนลาย (Acanthurus lineatus) ที่มักจะปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมจำเพาะไม่ค่อยได้ อาหารหลักของปลากลุ่มนี้ เดิมในธรรมชาติเป็นพวกสาหร่าย ดังนั้นการให้อาหารในที่เลี้ยง จึงควรให้อาหารที่มีส่วนผสมของผักใบเขียว และสาหร่ายทะเล หรือให้ผักกาดหอมล้างสะอาด ถ่วงลงไปให้ปลาได้ตอดกินบ้างเป็นครั้งคราว ปัจจุบันปลาในกลุ่มนี้นั้น ยังไม่ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธ์ มีหลายแห่งที่สามารถทำให้ปลากลุ่มนี้ออกไข่ได้บ้างแล้ว แต่การอนุบาลลูกปลานั้น เป็นไปด้วยความยากลำบาก และไม่ประสบผลสำเร็จ

ในที่เลี้ยงแล้ว พวกมันเป็นปลาที่ค่อนข้างก้าวร้าว และหวงถิ่นมาก ปลาที่ใส่ลงไปในภายหลัง มักจะถูกเล่นงานจนเกิดบาดแผล และในบางกรณีอาจจะถึงแก่ความตาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับปลาในกลุ่มเดียวกันเอง หรือปลาที่มีรูปร่างลักษณะ และสีสันคล้ายคลึงกัน ดังนั้น ปลาในกลุ่มนี้จึงเป็นปลาที่ควรจะใส่ลงไปเป็นตัวท้ายๆ ของตู้ โดยมีการวางแผนจัดลำดับการใส่ปลาให้ดีก่อนจะเริ่มซื้อปลา
 
ปลาขี้ตังเบ็ดที่พบทั่วโลกมีทั้งหมด 5 สกุล อันได้แก่:
  1. Acathurus
  2. Ctenochaetus
  3. Naso
  4. Paracanthurus*
  5. Zebrasoma

หมายเหตุ: *ท้ายชื่อแสดงถึงความเป็น Monotypic Genus อันหมายความว่าทั้งสกุลนั้นประกอบไปด้วยปลาเพียงชนิดเดียว

Blue Tang (บลูแทงก์)

Blue Tang (บลูแทงก์)ชื่อไทย: บลูแทงก์, ขี้ตังเบ็ดฟ้าหางเหลือง
ชื่อสามัญ: Blue Tang, Hippo Tang, Palette Tang, Regal Tang, Flagtail Surgeonfish, Pacific Bluetang
ชื่อวิทยาศาสตร์: Paracanthurus hepatus (Linnaeus, 1766)
เขตการกระจายพันธุ์: พบได้ทั่วไปในเขตอินโด-แปซิฟิก ตั้งแต่ชายฝั่งทวีปแอฟริกา ไปจนถึงออสเตรเลีย
ขนาด: โตเต็มที่ราว 31 ซม. (12 นิ้ว)

Bluespine Unicornfish (ยูนิคอร์น)

Bluespine Unicornfish (ยูนิคอร์น)ชื่อไทย: ยูนิคอร์น
ชื่อสามัญ: Bluespine Unicornfish
ชื่อวิทยาศาสตร์: Naso unicornis (Forsskal, 1775)
เขตการกระจายพันธุ์: พบทั่วไปในเขตอินโด-แปซิฟิก
ขนาด: โตเต็มที่ราว 69 ซม. (27 นิ้ว)

Chevron Tang (เชฟรอน)

Chevron Tang (เชฟรอน)ชื่อไทย: เชฟรอน
ชื่อสามัญ: Chevron Tang, Black Surgeonfish
ชื่อวิทยาศาสตร์: Ctenochaetus hawaiiensis (Randall, 1955)
เขตการกระจายพันธุ์: พบทางตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก โดยเฉพาะหมู่เกาะฮาวาย
ขนาด: โตเต็มที่ราว 28 ซม. (11 นิ้ว)

Clown Surgeonfish (เซอร์เจี้ยนลาย)

Clown Surgeonfish (เซอร์เจี้ยนลาย)ชื่อไทย: เซอร์เจี้ยนลาย, ขี้ตังเบ็ดลายตรง
ชื่อสามัญ: Clown Surgeonfish, Lined Surgeonfish
ชื่อวิทยาศาสตร์: Acanthurus lineatus (Linnaeus, 1758)
เขตการกระจายพันธุ์: พบทั่วไปในเขตอินโด-แปซิฟิก
ขนาด: โตเต็มที่ราว 38 ซม. (15 นิ้ว)

Convict Surgeonfish (คอนวิกท์แทงก์)

Convict Surgeonfish (คอนวิกท์แทงก์)ชื่อไทย: คอนวิกท์แทงก์
ชื่อสามัญ: Convict Surgeonfish
ชื่อวิทยาศาสตร์: Acanthurus triostegus (Linnaeus, 1758)
เขตการกระจายพันธุ์: พบทั่วไปในเขตอินโด-แปซิฟิก
ขนาด: โตเต็มที่ราว 26 ซม. (10 นิ้ว)

Doctorfish (แทงก์ลายบั้ง)

Doctorfish (แทงก์ลายบั้ง)ชื่อไทย: แทงก์ลายบั้ง
ชื่อสามัญ: Doctorfish
ชื่อวิทยาศาสตร์: Acanthurus chirurgus (Bloch, 1787)
เขตการกระจายพันธุ์: พบทั่วไปทางฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติก ไปจนถึงบราซิล
ขนาด: โตเต็มที่ราว 39 ซม. (16 นิ้ว)