09.jpg
Home arrow Aquarium Visit arrow Aquarium in thailand arrow Under Water World Pattaya

Under Water World Pattaya Print

โดย นณณ์ ผาณิตวงศ์

เมื่อเร็วๆ นี้ เจ้ากิ๊ก เพื่อนรุ่นน้อง ที่กำลังไปเรียนต่อที่ประเทศอเมริกา ส่งจดหมายมาเล่าให้ฟังว่า ได้ไปเที่ยวอควาเรียมที่มอนเทอเรย์ เขาเล่าว่า อควาเรียมที่ต่างประเทศแห่งนี้ มีทั้งความรู้ และความเพลิดเพลินให้อย่างมากมาย ต่างกับอควาเรียมหลายแห่งในเมืองไทย ที่ยังเน้นแต่การจัดแสดงเพื่อความ อลังการ/ประทับใจ แต่ยังขาดความรู้ไปอย่างน่าเสียดาย และอควาเรียมกลายเป็นข้ออ้างในการจับปลาออกมาจากทะเล หรือแม่น้ำด้วยความชอบธรรม โดยไม่ได้นำพวกเค้าที่ถูกจับมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ 

Weedy Seadragonจึงอยากจะเขียนถึงอควาเรียม ที่เมืองไทยบ้าง เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ได้ไปเที่ยวอควาเรียมเอกชนแห่งหนึ่งที่พัทยา เนื่องจากมีการโปรโมทว่า มีปลามังกรทะเล Weedy และ Leafy จากน่านน้ำประเทศออสเตรเลียมาแสดง (มีโอกาสคงได้นำภาพมาให้ผู้อ่านชมกันครับ) ผมเคยไปที่นี่มาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อตอนที่เปิดใหม่ๆ ในวันธรรมดา คราวนั้นแทบจะไม่มีคนเลย จึงเดินสบายๆ เที่ยวชมอย่างเพลิดเพลิน ย้ำว่าเพลิดเพลินอย่างเดียว ไม่ได้ความรู้อะไรมากมายนัก เพราะแทบจะไม่มีป้ายใดๆ เลย นอกจากชื่อปลา

คราวนี้เป็นวันอาทิตย์ ผมเลยชวนภรรยา และลูกสาวอายุ 11 เดือนไปด้วยครับ ที่จอดรถเต็มเอี๊ยด คนยืนรอล้นออกมาที่หน้าประตูทางเข้า ทั้งๆ ที่ค่าเข้าชมมีราคาเป็นหลักร้อย ไม่ได้ถูกเลย ไม่ว่าจะในยุคนี้ หรือยุคไหน แต่ก็ยังมีคนมากันเต็มไปหมด

เมื่อเข้าไปแล้ว ด่านแรกเป็นบ่อ Touch pool ครับ เหมือนเมืองนอกเลย แต่ที่นี่ไม่ได้มีสัตว์น่ารักกระจุ๋มกระจิ๋ม หรือสาหร่ายให้จับ ไม่มีวิทยากรคอยเฝ้าให้ความรู้ เหมือนที่กิ๊กเล่าให้ฟังที่เมืองนอก แต่กลับมีลูกปลาฉลาม และปลาปักเป้าหลายตัวให้จับเล่นแทน น่ากลัวๆๆๆ ดุนะครับ สัตว์พวกนี้ถึงจะเป็น "ลูก" ก็เถอะ ปล่อยให้จับสุ่มสี่สุ่มห้า นิ้วขาดเอาง่ายๆ และการปล่อยให้จับกันสุ่มสี่สุ่มห้า ก็เป็นอันตรายต่อสัตว์ด้วย 

สอบตกไปเรื่องหนึ่ง แต่ก็มีเรื่องให้ชื่นชมเมื่อเดินเข้าไปด้านใน มีเด็กๆ นั่งอยู่กับพื้นหลายสิบคน ภาพบนจอมอนิเตอร์ เป็นปลาฉลามตัวหนึ่งที่โดนตัดครีบ และปล่อยให้ตายอยู่ในทะเล เสียงวิทยากร เล่าให้เด็กๆ ฟัง เกี่ยวกับความเป็น "ปลาฉลาม" และสิ่งที่เผ่าพันธุ์ของพวกมันกำลังประสพอยู่ ด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายน่าฟัง ผมหยุดฟังด้วยอย่างชื่นชมครับ ชื่นชมจริงๆ ที่จับเด็กๆ มานั่งฟังเรื่องราวการอนุรักษ์กันได้นิ่งแบบนั้นโดยไม่ต้องบังคับกัน

ต่อมาก็เป็นอุโมงค์ชมปลา ชุดแรกเป็นปลาเล็กๆ ชุดที่สองเป็นปลาตัวใหญ่ ป้ายยังน้อยเหมือนเคย ไม่ได้ความรู้อะไรมากนัก แต่... เพลิดเพลินครับ เด็กอายุไม่ถึงขวบยังตื่นตาตื่นใจ เจ้าเด็กน้อยมองตามปลาตัวเล็กสีสวยๆ แหวกว่ายกันเป็นกลุ่มๆ และทำตาโตชี้โบ้ชี้เบ๊เมื่อเห็นปลากระเบนตัวใหญ่ว่ายน้ำผ่านหัวไป จากที่มีอคติว่าไม่ได้ความรู้อะไร ผมจึงมาคิดได้ว่า อควาเรียมไม่ใช่โรงเรียนนี่นา ตู้ปลาที่บ้านหลายๆ ท่านก็ไม่ได้มีไว้ศึกษาพฤติกรรม หรือนั่งจำแนกชื่อวิทยาศาสตร์ แต่มีเพื่อความเพลิดเพลิน และที่นี่ก็ได้ทำหน้าที่แล้วอย่างดี ขอบคุณลูกสาวตัวน้อยที่สอนให้พ่อได้คิดด้วยความไร้เดียงสา และอคติใดๆ 

Leafty Seadragonมาถึงไฮไลท์ของงาน ที่ผมอุตสาห์ดั้นด้นมาดู ก็คือเจ้ามังกรทะเลทั้งสองชนิดจากน่านสมุทรแปซิฟิกใต้ ตอนที่ผมไปถึง มีคนดูอยู่ไม่มากนัก พนักงานของอควาเรียมท่านหนึ่งยืนหลบมุมอยู่ข้างๆ ตู้  สักครู่เขาจึงเริ่มบรรยายให้ฟังถึงแหล่งที่มา พฤติกรรมในธรรมชาติ อาหาร และเกล็ดเล็กเกล็ดน้อยอีกมากมายเกี่ยวกับปลาทั้งสองชนิดให้ผู้เข้าชมได้ฟังกัน

ด้วยความที่อยากดูให้คุ้ม ผมหยุดดูอยู่นานมาก นานจนได้สังเกตพฤติกรรมว่า เมื่อใดที่วิทยากรเริ่มบรรยาย จะมีคนหยุดฟังอยู่หน้าตู้มากเป็นพิเศษ เรียกว่าหยุดแทบทุกคนที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้ แต่เมื่อใดที่หยุดการบรรยาย เหลือแต่เพียงป้ายอันใหญ่สองอัน ซึ่งก็มีข้อมูลเดียวกับที่เขาบรรยายนั่นแหล่ะ เมื่อนั้น คนก็จะเพียงแค่หยุดดูเจ้ามังกรทั้งสอง แล้วเดินผ่านไป

Leafty Seadragonพอจะสรุปได้ว่า ทุกคนสนใจอยากรู้นั่นแหล่ะ แต่ในอารมณ์ที่จะมาเที่ยวนั้น สื่อที่ต้องใช้ความพยายามในการเข้าถึงมากเกินไปอย่างบอร์ดแผ่นใหญ่ที่มีตัวอักษรเยอะแยะ จึงถูกละเลยไป แต่เมื่อใดที่มีคนยืนพูด ป้อนข้อมูลที่น่าสนใจเหล่านี้ให้ฟังง่ายๆ นั่นแหล่ะ จึงหยุดรับข้อมูล (ย่อยง่าย) กันด้วยความสนใจ

กลับจากพัทยาคราวนี้ นอกจากได้ความรู้ ความเพลิดเพลินแล้ว ยังได้ปลื้มใจเล็กๆ ว่า อควาเรียมเมืองไทย ก็เริ่มมาถูกทางแล้วเหมือนกัน

เอ้า... อควาเรียมของรัฐบาลมีอีกตั้งหลายแห่ง อย่าแพ้เอกชนเขานะครับ

 

 

 

งานเขียน และรูปในเว็บนี้ทั้งหมด มีลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง และได้รับความคุ้มครองทางกฏหมาย
ห้ามคัดลอก ดัดเเปลง หรือส่งต่อจนกว่าจะได้รับการอนุญาติเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น.
Powered by Mambo
Design by Jack The Ripper